คลินิก สบายดี ถือเป็นคลินิกแห่งแรกที่ให้บริการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และให้คำปรึกษาโดยสมัครใจเกี่ยวกับการติดเชื้อเอชไอวี(Voluntry Counseling and Testing : VCT) ต่อชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายอย่างเป็นมิตรในเขตป่าตอง รวมทั้งให้บริการรักษาและส่งต่อผู้รับบริการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และเอชไอวีไปยังสถานพยาบาลที่เหมาะสมอีกด้วย
ชอบ ''ออรัล'' ระวัง มะเร็งช่องปาก ผู้สื่อข่าวได้รับการ เปิดเผยจาก ศ.นพ.ศุภกร โรจนนินทร์ หัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ถึงการพบ “เชื้อเอชพีวี ไวรัส (Human papiloma Virus) โดยเฉพาะสายพันธุ์ 16 และ 18 ที่ก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูกได้บ่อยในช่องปากของผู้ป่วยมะเร็งช่องปากในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย ว่าปัจจุบันมะเร็งช่องปากเป็นปัญหาสำคัญของคนไทย และเป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยใน 10 อันดับแรกของผู้ป่วยมะเร็งทั้งหมด สาเหตุส่วนใหญ่ ของมะเร็งช่องปากมักเกิดจากการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ รับ ประทานหมาก และไม่ระวังสุขภาพทางช่องปาก และบุคคลกลุ่มเสี่ยงเป็นกลุ่มผู้สูงวัยเกิน 50 ปีขึ้นไป ศ.นพ.ศุภกรกล่าวว่า ประเด็นที่น่าสนใจคือปัจจุบันมีผู้ป่วยมะเร็งช่องปากในผู้ที่อายุน้อยมากขึ้น และเป็นผู้ที่ไม่มีประวัติดื่มเหล้า สูบบุหรี่ หรือกินหมาก ทำให้ แพทย์เริ่มให้ความสนใจ สืบค้นรายงานการเกิดมะเร็งช่องปากที่ไม่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมเสี่ยงดังกล่าว และพบว่าในประเทศแถบสแกนดิเนเวียมีรายงานว่า ผู้ป่วยมะเร็งช่องปากที่อายุน้อย มีเชื้อไวรัสชนิดเอชพีวี (Human papiloma Virus) โดยเฉพาะสายพันธุ์ 16 และ 18 ที่เดิมพบเฉพาะในผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก แต่ไม่พบในมะเร็งชนิดอื่น เพราะเชื้อชนิดนี้จะฟักตัวและเติบโตได้ดีเฉพาะบริเวณปากช่องคลอด แต่ปรากฏว่าขณะนี้เชื้อดังกล่าวกลายเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งช่องปากในกลุ่มคนในประเทศแถบสแกนดิเนเวียสูงถึงร้อยละ 30-40 โดย เฉพาะในประชากรที่มีอายุน้อย โดยการติดต่อของไวรัสชนิดนี้ ทางหนึ่งคือการมีเพศสัมพันธ์ รวมถึงการมีเพศสัมพันธ์ทางปาก หรือออรัลเซ็กซ์ (Oral sex) หัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล กล่าวอีกว่า หลังพบรายงานดังกล่าวภาควิชาศัลยศาสตร์ โดย ศ.นพ.พรชัย โอเจริญรัตน์ และทีมสาขาวิชาศัลยศาสตร์ ศีรษะ คอและเต้านม ได้ร่วมกับหน่วยอณูชีววิทยาการแพทย์ สถานส่งเสริมการวิจัย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ศึกษาวิจัยผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก จำนวน 150 ราย ของโรงพยาบาลศิริราช เป็นชาย 2 คน ต่อหญิง 1 คน อายุเฉลี่ย 45 ปี โดยมีผู้ป่วยที่อายุน้อยกว่า 45 ปี ที่ไม่สูบบุหรี่หรือดื่มเหล้าอยู่ถึง 40 คน มาตรวจหาเอชพีวี ไวรัล ดีเอ็นเอ (HPV viral DNA) เพื่อดูว่าผู้ป่วยมะเร็งช่องปากมีเชื้อไวรัสเอชพีวีเหมือนที่พบมากในสแกนดิเนเวียหรือไม่ โดยใช้วิธีเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อมะเร็งช่องปาก ด้วยวิธี PCR (Polymerase chain reaction) โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่อาจก่อให้เกิดมะเร็งชนิดที่ 16 และ 18 ซึ่งผลการศึกษาพบว่าไม่มีเชื้อไวรัสเอชพีวีในมะเร็งช่องปากของผู้ป่วยคนไทย แสดงว่าเชื้อไวรัสเอชพีวีไม่ได้เป็นสาเหตุสำคัญในการเกิดมะเร็งช่องปากของคนไทย และพฤติกรรมทางเพศของคนไทยก็ไม่ได้เป็นตัวก่อให้เกิดมะเร็งช่องปากในผู้ป่วยอายุน้อย อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องมีการวิจัยและติดตามสาเหตุการเกิดมะเร็งช่องปากของคนไทย โดยเฉพาะใน ผู้ป่วยอายุน้อยต่อไปอีกที่มา : http://www.thairath.co.th/offline.php?section=hotnews&content=45384 ถัดไป > [ ย้อนกลับ ]
ผู้สื่อข่าวได้รับการ เปิดเผยจาก ศ.นพ.ศุภกร โรจนนินทร์ หัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ถึงการพบ “เชื้อเอชพีวี ไวรัส (Human papiloma Virus) โดยเฉพาะสายพันธุ์ 16 และ 18 ที่ก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูกได้บ่อยในช่องปากของผู้ป่วยมะเร็งช่องปากในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย ว่าปัจจุบันมะเร็งช่องปากเป็นปัญหาสำคัญของคนไทย และเป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยใน 10 อันดับแรกของผู้ป่วยมะเร็งทั้งหมด สาเหตุส่วนใหญ่ ของมะเร็งช่องปากมักเกิดจากการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ รับ ประทานหมาก และไม่ระวังสุขภาพทางช่องปาก และบุคคลกลุ่มเสี่ยงเป็นกลุ่มผู้สูงวัยเกิน 50 ปีขึ้นไป
ศ.นพ.ศุภกรกล่าวว่า ประเด็นที่น่าสนใจคือปัจจุบันมีผู้ป่วยมะเร็งช่องปากในผู้ที่อายุน้อยมากขึ้น และเป็นผู้ที่ไม่มีประวัติดื่มเหล้า สูบบุหรี่ หรือกินหมาก ทำให้ แพทย์เริ่มให้ความสนใจ สืบค้นรายงานการเกิดมะเร็งช่องปากที่ไม่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมเสี่ยงดังกล่าว และพบว่าในประเทศแถบสแกนดิเนเวียมีรายงานว่า ผู้ป่วยมะเร็งช่องปากที่อายุน้อย มีเชื้อไวรัสชนิดเอชพีวี (Human papiloma Virus) โดยเฉพาะสายพันธุ์ 16 และ 18 ที่เดิมพบเฉพาะในผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก แต่ไม่พบในมะเร็งชนิดอื่น เพราะเชื้อชนิดนี้จะฟักตัวและเติบโตได้ดีเฉพาะบริเวณปากช่องคลอด แต่ปรากฏว่าขณะนี้เชื้อดังกล่าวกลายเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งช่องปากในกลุ่มคนในประเทศแถบสแกนดิเนเวียสูงถึงร้อยละ 30-40 โดย เฉพาะในประชากรที่มีอายุน้อย โดยการติดต่อของไวรัสชนิดนี้ ทางหนึ่งคือการมีเพศสัมพันธ์ รวมถึงการมีเพศสัมพันธ์ทางปาก หรือออรัลเซ็กซ์ (Oral sex)
หัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล กล่าวอีกว่า หลังพบรายงานดังกล่าวภาควิชาศัลยศาสตร์ โดย ศ.นพ.พรชัย โอเจริญรัตน์ และทีมสาขาวิชาศัลยศาสตร์ ศีรษะ คอและเต้านม ได้ร่วมกับหน่วยอณูชีววิทยาการแพทย์ สถานส่งเสริมการวิจัย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ศึกษาวิจัยผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก จำนวน 150 ราย ของโรงพยาบาลศิริราช เป็นชาย 2 คน ต่อหญิง 1 คน อายุเฉลี่ย 45 ปี โดยมีผู้ป่วยที่อายุน้อยกว่า 45 ปี ที่ไม่สูบบุหรี่หรือดื่มเหล้าอยู่ถึง 40 คน มาตรวจหาเอชพีวี ไวรัล ดีเอ็นเอ (HPV viral DNA) เพื่อดูว่าผู้ป่วยมะเร็งช่องปากมีเชื้อไวรัสเอชพีวีเหมือนที่พบมากในสแกนดิเนเวียหรือไม่ โดยใช้วิธีเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อมะเร็งช่องปาก ด้วยวิธี PCR (Polymerase chain reaction) โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่อาจก่อให้เกิดมะเร็งชนิดที่ 16 และ 18 ซึ่งผลการศึกษาพบว่าไม่มีเชื้อไวรัสเอชพีวีในมะเร็งช่องปากของผู้ป่วยคนไทย แสดงว่าเชื้อไวรัสเอชพีวีไม่ได้เป็นสาเหตุสำคัญในการเกิดมะเร็งช่องปากของคนไทย และพฤติกรรมทางเพศของคนไทยก็ไม่ได้เป็นตัวก่อให้เกิดมะเร็งช่องปากในผู้ป่วยอายุน้อย อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องมีการวิจัยและติดตามสาเหตุการเกิดมะเร็งช่องปากของคนไทย โดยเฉพาะใน ผู้ป่วยอายุน้อยต่อไปอีก
ที่มา : http://www.thairath.co.th/offline.php?section=hotnews&content=45384
» รู้ทันเอดส์» สุขภาพดีดีดอทคอม» องค์กรบางกอกเรนโบว์» สาสุขดอทคอม» ไทยคลินิกดอทคอม
จังหวัดที่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากโรคเอดส์ สะสมตั้งแต่ปี 2527– ปัจจุบัน มีดังนี้
ลำดับ
จังหวัด
จำนวน(ราย)
1
กทม
6,988
2
เชียงราย
5,410
3
ลำปาง
4,877
4
เชียงใหม่
4,072
5
ระยอง
1,680